ทำไม VAR ถึงยังเป็นเรื่องขัดใจกับแฟนบอล

จะกล่าวถึงการตัดสินและกติกาฟุตบอลในปัจจุบันอย่างแรกที่เราได้ยินบ่อยคงเป็นเทคโนโลยี Goal Line ซึ่งมีหลายคนบอกว่าทำให้เสน่ห์ของฟุตบอลหายไปบ้างเพราะจริงๆ แล้วในอดีตยังมีอยู่หลายเกมการแข่งขันที่ค้านสายตาคนทั้งโลก ยกตัวอย่างที่เห็นได้ชัดที่สุดคงเป็น Hand of God ของดีเอโก้ มาราโดน่า ในการแข่งขันฟุตบอลโลกในปี 1986 ที่ทีมชาติอาเจนติน่า ชนะ ทีมชาติอังกฤษ 2 ประตูต่อ 1 และคว้าแชมป์บอลโลกในปีนั้น จนเป็นตำนานมาถึงทุกวันนี้จนทำให้ปัจจุบันต้องมีเทคโนโลยีมากมายเพื่อมาทำให้เกมฟุตบอลมีมาตรฐานชัดเจนยิ่งขึ้นโดยวันนี้จะมากล่าวถึง VAR นั่นเอง

VIDEO ASSISTANT REFEREES หรือ (VAR) คือสิ่งที่ช่วยให้ผู้ตัดสินยุติธรรมมากขึ้นในส่วนที่ผู้ตัดสินมองไม่เห็น เช่น การทำประตูได้แต่ล้ำหน้า การทำประตูได้แต่แฮนด์บอลของฝากที่รุกอยู่ แต่กะนั้นดีก็ยังมีอีกหลายเกมที่ VAR ทำลายเกมอย่างมากซึ่งปัญหาไม่ได้อยู่ที่ VAR แต่อยู่ที่ดุลยพินิจของกรรมการ จนตอนนี้เริ่มมีกูรูไม่น้อยออกมาต่อต้านการใช้ VAR เพราะมองว่าเกมการแข่งขันในแต่ละนัดนั้นเต็มไปด้วยปัญหาเมื่อมีการใช้ VAR มาช่วยตัดสิน ในขณะที่มองมุมกลับกันว่าแม้ VAR จะทำให้เกมหยุดและไม่ต่อเนื่องไปบ้าง แต่มันก็ช่วยให้การตัดสินบางจังหวะที่มองด้วยตาเปล่าไม่ทันออกมาอย่างยุติธรรมที่สุด แต่อย่างไรก็ดีในสิ่งที่ดีก็ย่อมมีปัญหาตัวอย่างที่เห็นง่ายเลยคือ ทีมชาติไทยพบทีมชาติซาอุดิอาระเบียที่ผ่านมาแล้วเกิดการให้จุดโทษแบบค้านสายตาสุดๆ จนทำให้ทีมชาติไทยต้องยื่นหนังสือร้องเรียนทันที และเหตุการณ์นี้เอง ก็เป็นอย่างที่พูดไว้ข้างต้นว่า VAR ไม่ได้ตัดสินผิดแต่ กรรมการต่างหากที่ทำให้เทคโนโลยีนั้นมีปัญหา เพราะไม่ได้เดินออกไปดูด้วยตัวเองแต่กลับให้จุดโทษทั้งที่ไม่ควรให้

สุดท้ายการที่เรามีเทคโนโลยีนั้นต้องทำให้ทุกอย่างดีขึ้นไม่ใช่แย่ลงแต่ตอนนี้สมาคมฟุตบอลต่างๆในโลกต่างก็ต้องหันมามองอย่างจริงจังว่ากติกาฟุตบอลที่มีเทคโนโลยีมาเกี่ยวข้องนั้น ทำลายฟุตบอลหรือไม่เพราะตอนนี้กีฬาฟุตบอลคือกีฬาที่คนดูและแฟนบอลมากที่สุดในโลกนั่นเอง